ReadyPlanet.com
dot




งานมหากุศลล้างป่าช้าศรีราชา เริ่ม 11 มี.ค.55

สมาคมฯสว่างประทีป ศรีราชา เชิญร่วมทำบุญมหากุศล "เก็บศพไร้ญาติ (ล้างป่าช้า)" ตั้งแต่ 11 มี.ค.ถึง 13 พ.ค.55 รวม 64 วัน และจัดพิธีเปิดผ้าแพรคลุมป้ายในวันอาทิตย์ที่ 11 มี.ค.55 เวลา 08.00 น. โดยมี นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และ นายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี เป็นประธาน การล้างป่าช้าครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีศพไร้ญาติ 700-800 ศพ จัดเป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 86 ปี และครั้งแรกนับจากปี 2543

สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา (เม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว) ร่วมกับเทศบาลเมืองศรีราชา และชาวศรีราชา จะจัดงานมหากุศล "เก็บศพไร้ญาติ (ล้างป่าช้า) ครั้งที่ 9" ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม ถึง 13 พฤษภาคม 2555 รวม 64 วัน ทั้งนี้จะมีการจัดพิธีเปิดแพรคลุมป้าย ในวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 เวลา 08.00-10.00 น. ที่สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา (เม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว) ซ.โรงเจ ถ.สุรศักดิ์สงวน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ ดร.ประโยชน์ เนื่องจำนงค์ นายกสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี

งานมหากุศล "เก็บศพไร้ญาติ (ล้างป่าช้า) ครั้งที่ 9" นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญมาก โดยจะมีประชาชนเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ เพื่อถือเป็นสิริมงคลในโอกาสปีมังกรทอง ทั้งนี้การดำเนินการเก็บศพไร้ญาติครั้งนี้ จะดำเนินการในเขตพื้นที่อำเภอศรีราชา ตามสถานที่เก็บศพไร้ญาติ คาดว่าจะมีศพไร้ญาติประมาณ 700-800 ศพ ใช้ระยะเวลา 64 วัน

การเก็บศพไร้ญาตินั้น ดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2468 และล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นครั้งที่ 8 โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ในระยะเวลา 86 ปี เพื่อขุดศพไร้ญาติที่ฝังไว้ และนำอิฐขึ้นมาประกอบพิธีฌาปนกิจ แล้วนำไปลอยอังคารในทะเล

สอบถามรายละเอียดได้ที่ สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา โทร. 038-311692
เว็บไซต์
http://www.sawangprateep.ob.tc/home.html
หรือ
www.facebook.com พิมพ์ค้นหา "งานมหากุศลเก็บศพไร้ญาติ(ล้างป่าช้าครั้งที่ 9)สว่างประทีปศรีราชา"


ประวัติความเป็นมาของสมาคมสว่างประทีป
(เรียบเรียงจาก
http://www.sawangprateep.ob.tc/home.html)

สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน (เม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว) ตั้งอยู่ทิศทางภาคตะวันออกของประเทศไทย เขตเทศบาลเมืองศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บนเนื้อที่ 11 ไร่เศษ ได้ก่อสร้างตำหนักที่ประทับองค์เทวต่าง ๆ คือ ตำหนักเช็งฮกตั๊ว ประดิษฐานองค์กิ๋วอ้วงฮุกโจก, ตำหนักจิวเยี่ยงไท้ ประดิษฐานองค์โป๊ยเซียนโจวซือ และตำหนักเทียงฮุ้งไท้ ประดิษฐานองค์ไท้เสียงเล่ากุง องค์ซำเซี่ยตี่กุง, ศาลาแปดเหลี่ยมเพื่อประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และศาลาน้อมเกล้า 60 พรรษามหาราช ตั้งอยู่บนทำเลที่มีภูมิทัศน์สง่างามยิ่ง หลังพิงภูเขา ด้านหน้าหันสู่ทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก มีความโอ่โถง สง่างามตามสถาปัตยกรรมของจีนโบราณ พุทธสมาคมเทวสถานแห่งนี้ ได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2468 มีประวัติยาวนานเป็นระยะเวลา 83 ปี

ประวัติของเม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว ประวัติแห่งความสามัคคี มุมานะบากบั่นและต่อสู้ด้วยความยากลำบากตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอะไร ต่อสู้ฝ่าฟันถึงปัจจุบันที่มีทีมงานพรั่งพร้อมความสามารถ ให้ความช่วยเหลือสังคม เป็นหนึ่งใน 52 สมาคมเซี่ยงตั๊วแห่งแรกในประเทศไทยที่ก่อตั้งทีมงาน "หน่วยกู้ภัย" ให้ความช่วยเหลือสังคมในการเก็บศพไร้ญาติ สมัยเมื่อ 83 ปีก่อนนั้น พื้นที่ศรีราชาเป็นป่าหนาทึบมาก มีไข้มาลาเรียชุกชุม จึงทำให้มีผู้เจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก ในอดีตยังเป็นป่าชายเลนอยู่นอกเมือง จึงกลายเป็นป่าช้า เป็นที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตจากไข้ป่าและเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นร้อยเป็นพัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 ทางราชการมีความประสงค์ที่จะพัฒนาบริเวณป่าชายเลนที่เป็นป่าช้าให้เป็นสนามบินเล็ก นายอำเภอในขณะนั้นได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา จึงได้สั่งให้จัดการเคลียร์พื้นที่ ขุดศพขุดอิฐขึ้นมาประกอบพิธีฌาปนกิจ แล้วนำไปลอยอังคารในทะเล ทว่าการขุดศพดำเนินการไปได้เพียง 2-3 วัน ก็เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจ ซึ่งอยู่ใกล้ในละแวกป่าชายเลน ได้ยินเสียง รู้สึกขนลุกขนชัน หวาดผวาไปตาม ๆ กัน ขนาดเรียกว่าไม่สามารถหลับนอนได้ทั้งคืน

นายอำเภอทราบเหตุดังกล่าวว่าภูตผีปีศาจออกอาละวาด จึงสั่งให้หยุดการขุดศพ และเชิญบรรดาพ่อค้าประชาชนทั้งชาวไทยชาวจีนมาปรึกษาหารือกัน จนในที่สุดทุกคนลงความเห็น มีมติว่า "ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์" บังเอิญขณะนั้นได้พบกับนายเซ่งจง แซ่โค้ว, นายเชียวซิก แซ่ตั้ง และนายหม่งกุ่ย แซ่ตั้ง ซึ่งทั้งสามคนเป็นชาวจีน และทั้งสามคน สมัยอยู่ในประเทศจีนเคยร่วมกันจัดเก็บอิฐและฌาปนกิจศพ ศพไร้ญาติ ทั้งสามคนมีประสบการณ์และความรอบรู้จัดเจนเกี่ยวกับงานเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้ามหากุศลเช่นนี้เป็นอย่างดี พร้อมกับได้อัญเชิญ "เฮียงห้วย" และเถ้าธูปจากศาลเจ้า "โป๊ยเซียนโจวซือ" จากประเทศจีน มาบูชาที่บ้านและสามารถสวดมนต์อัญเชิญองค์เทพเจ้าโป๊ยเซียนโจวซือได้ด้วย

ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการให้ทั้งสามท่าน มาทำพิธีอัญเชิญเทพเจ้าในครั้งนี้ และองค์เทพเจ้าที่มาประทับทรงครั้งแรกในวันนั้นคือ องค์เทพเจ้า "ซำซัวก๊กอ้วง" และ "องค์ซาซัวก๊กอ้วง" ประทับทรง ได้มีเทวบัญชาให้สร้างปะรำพิธีขึ้นที่สุสานชานเมือง ห่างจากศรีราชาประมาณ 4 กิโลเมตร หรือที่ในปัจจุบันนั้นก็คือ สุสานสว่างประทีป (เม่งเต็งซัวจึง) และตอนนั้นได้อัญเชิญองค์เทพเจ้าทุกองค์ขึ้นสถิต ณ ปะรำพิธี

พิธีการเก็บศพไร้ญาติครั้งนั้นได้มีการอัญเชิญ "องค์โป๊ยเซียนโจวซือ" มาประทับทรงงาน ทุกอย่างที่ทำขึ้นถือว่าเป็นเทวบัญชาจาก "องค์โป๊ยเซียนโจวซือ" ทำพิธีล้างป่าช้าครั้งแรก ใช้ชื่อสุสานง่า "ซาซัวฮึ้ง" การขุดค้นหาศพเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องใช้กำลังแรงคนจากผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำงาน การล้างป่าช้าเก็บศพไร้ญาติในครั้งแรกใช้เวลานานถึง 6 เดือน จนถึงสิ้นปี และได้สร้างฮวงซุ้ยขนาดใหญ่ ประกอบพิธีบรรจุอัฐิเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2468 จึงประกอบพิธีมหากุศลกงเต็กเพื่ออุทิศกุศลให้เหล่าดวงวิญญาณไร้ญาติสู่แดนสุขาวดี

ในปี 2476 ได้มีพิธีล้างป่าช้าเก็บศพไร้ญาติอีก เป็นครั้งที่ 2 โดยยังคงใช้ชื่อสุสานว่า "ซาซัวฮึ้ง" ในการประกอบพิธีเหมือนเดิม การล้างป่าช้าครั้งที่ 2 นี้ใช้เวลาเพียง 36 วัน ต่อมาประเพณีล้างป่าช้าได้กลายเป็นประเพณีนิยม เพราะถือกันว่าการเก็บศพไร้ญาติ เป็นการบำเพ็ญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ใครทำมากย่อมได้บุญกุศลมาก ดังจะเห็นได้จากผู้ไปร่วมงานเก็บศพ สามารถเข้าไปจับต้องศพที่อยู่ในสภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกแห้งหรือศพที่กำลังขึ้นอืด น้ำเหลืองเยิ้ม เน่าเฟะ ได้อย่างสนิทใจ

ในปี 2489 ได้มีพิธีเก็บศพไร้ญาติครั้งที่ 3 ซึ่ง "องค์ท่านโป๊ยเซียนโจวซือ" ได้ประทานชื่องานเก็บศพไร้ญาติครั้งนี้ว่า "ซาซัวลักเม่งตั๊ว" พร้อมทั้งได้เปลี่ยนชื่อสุสานจาก "ซำซัวฮึ้งซัวจึง" เป็น "ซาซัวเก้กลักก๊ก" การล้างป่าช้าครั้งที่ 3 นี้ใช้เวลา 64 วัน

ในปี 2499 ได้มีการประกอบพิธีล้างป่าช้าครั้งที่ 4 ยังคงใช้สุสาน "ซาซัวฮึ้ง" ในการประกอบพิธี ใช้เวลา 64 วัน ในการล้างป่าช้าครั้งนี้ องค์ท่านโป๊ยเซียนโจวซือได้ประทานชื่อสุสานใหม่ว่า "เม่งเต็งชัวจึง" ซึ่งจะเห็นได้ว่า การล้างป่าช้าผ่านมา 4 ครั้งในระยะเวลา 31 ปี "องค์โป๊ยเซียนโจวซือ" ได้ประทานชื่อสุสาน 3 ชื่อ คือ 1. ซาซัวฮึ้ง 2. ซาซัวเก้กลักก๊ก 3.  เม่งเต็งซัวจึง หรือสุสานสว่างประทีปในปัจจุบัน

ในปี 2508 ได้ทำการเก็บศพไร้ญาติเป็นครั้งที่ 5 ใช้เวลา 64 วัน การเก็บศพไร้ญาติครั้งนี้คณะกรรมการมีมติใช้สถานที่ปัจจุบัน "เม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว" เป็นที่ทำการถาวรต่อเนื่องจนปัจจุบัน

ต่อมาทางราชการมีนโยบายให้ศาลเจ้าต่าง ๆ ตั้งเป็นมูลนิธิหรือสมาคมให้ถูกต้องตามกฎหมาย คณะกรรมการจึงได้ดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นสมาคม โดยมีนายเธียร กังวิวรรธน์, นายอิศราพงษ์ มุมานะจิตต์ และนายมนัส ชอุ่ม ซึ่งในสมัยนั้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลศรีราชา เป็นคณะกรรมการผู้ขอจดทะเบียนก่อตั้งสมาคม ใช้ชื่อว่า "สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน" และชื่อภาษาจีนว่า "เม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว" เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2512 โดยมีนายเธียร กังวิวรรธน์ เป็นนายกสมาคม ฯ

ในปี 2517 นายเธียร กังวิวรรธน์ นายกสมาคมพร้อมด้วยคณะกรรมการในสมัยนั้นได้จัดให้มีพิธีล้างป่าช้าขึ้นเป็นครั้งที่  6 โดยใช้สถานที่ในสมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถานประกอบพิธี ใช้เวลา 64 วัน  และในปีนั้นสมาคม ฯ ได้ทำการสถาปนาก่อตั้งหน่วยกู้ภัยขึ้น "หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป" เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2517 และมีผู้ร่วมใจทำบุญ บริจาคเงินทุนซื้อรถให้กับ "หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป" ไว้ใช้ในการปฏิบัติงานกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกประเภท

ในปี 2531 นายมนัส มัคครากุล นายกสมาคมพร้อมด้วยคณะกรรมการในสมัยนั้น ได้จัดให้มีพิธีล้างป่าช้าขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ใช้เวลาทั้งสิ้น 64 วัน

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2535 เรือโดยสารที่กลับจากเกาะสีชังอำเภอศรีราชา ได้เกิดอุบัติเหตุชนกับเรือบรรทุกสินค้าจากต่างประเทศ เป็นเหตุให้เรือโดยสารอับปางลงไป ประธานสมาคม ฯ นายธวัช วิพิศมากูล พร้อมคณะกรรมการ พอทราบข่าวก็รีบนำทีม "หน่วยกู้ภัย" มุ่งหน้าให้ความช่วยเหลือทันที หลังจากที่ทำงานอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ทีมงานหน่วยกู้ภัยไม่ย่อท้อกับความยากลำบาก ในที่สุดก็สามารถช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้ 98 ราย จากที่ประสบภัยครั้งนั้น และบริจาคเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 5,000 บาท ทางสมาคม ฯ ได้รับการชมเชยจากญาติผู้ที่ประสบเหตุและได้ทำพิธีกงเต็กอันยิ่งใหญ่ เพื่อส่งวิญญาณผู้เสียชีวิตเหล่านั้นสู่แดนสุขาว

ในปี 2543 นายสมศักดิ์ เกียรติกูลขจร นายกสมาคม ฯ โดยนายนายธวัช วิพิศมากูล เป็นประธานจัดงานล้างป่าช้าเก็บศพไร้ญาติครั้งที่ 8 ใช้เวลา 64 วัน

สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน (เม่งเต็งเซี่ยงตั๊ว) เป็นผู้ริเริ่มพิธีมหากุศลล้างป่าช้าเก็บศพไร้ญาติเป็นแห่งแรก เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยตลอดมาเป็นระยะเวลา 83 ปี ในความวิริยะ อุตสาหะ อดทน และเสียสละ ทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม โดยไม่ย่อท้อซึ่งล้วนเกิดจากการทุ่มเทกำลังทรัพย์และกำลังกาย ของอดีตประธานกรรมการคือ นางเหลียงฮะ แซ่เอา, นายจั๊วฮวด แซ่จึง อดีตนายกสมาคม คือ นายอาง๊วย แซ่อาว, นายจั๊วฮวด แซ่จึง, นายเธียร กังวิวรรธน์, นายมานัส มัคครากุล, นายธวัช วิพิศมากูล, นายประวิทย์ ศศิวิมลพันธ์, นายสมศักดิ์ เกียรติกูลขจร, นายสมปอง สพรั่งผล และนายฉัตรชัย กำจรกิจการ นายกสมาคม ฯ คนปัจจุบัน รวมทั้งคณะกรรมการบริหารร่วมดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ  เพื่อความช่วยเหลือสังคมต่อไป

 




ข่าวบางแสนสุข

รพ.เอกชลเปิดตัว "AHC" แอพฯบนมือถือ บันทึกสุขภาพ-ผลตรวจร่างกาย
อบจ.ชลบุรี ถกมาตรการรับมือไวรัสโคโรน่า รับกระทบท่องเที่ยว เร่งช่วยเหลือ
ทีเส็บจับมือแปดสถานศึกษา เร่งผลิตบุคลากรมืออาชีพรองรับธุรกิจไมซ์
งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอน "บางแสน21" รับรางวัล IAAF Silver Label Road Race
"Thailand Super Series" สนามรองสุดท้าย (27-29 ก.ย.62) ที่สนามพีระฯพัทยา
รพ.เอกชล2 x บริษัทฟิลิปฯ มอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์
"ANIMA MUNDI" ชวนเก็บขยะบางแสน บ่ายวันเสาร์นี้
"บางแสน ยูไนเต็ด" คัดตัวนักบอลรุ่น 9-15 ปี วันอาทิตย์นี้
"Pattaya Music Festival 2019" ชมฟรี 14-15 มิ.ย.62
ลลิลฯจัดโปรฯ15โครงการบ้าน โซนตะวันออก
เริ่มพุธนี้..งานนมัสการพระพุทธสิหิงค์ฯ-สงกรานต์ชลบุรี
มาราธอน ATMBKK วิ่งผ่าเมือง ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นจิ๋ว
วช. เปิดศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าชุมชนบนบก เกาะสีชัง
Thailand Super Series ปิดฤดู 2018 ที่บุรีรัมย์ เฟ้นแชมป์
ม.บูรพาจัดอบรมเชิงปฏิบัติการทำเบียร์ "Home Brewing"



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

กองบรรณาธิการ บางแสนสุข ดอท คอม
อีเมล : editor@bangsaensook.com
เว็บไซต์ : www.bangsaensook.com
แฟนเพจ : www.facebook.com/bangsaensookpage