ReadyPlanet.com
dot




19 ก.พ.54 คลื่นมวลชนเสื้อน้ำเงิน-ฟ้า กลับมาปกคลุมเมืองชลอีกครั้ง

นัดประเดิมศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2011 "ชลบุรี เอฟซี" ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง แฟนบอลให้ความสนใจล้นหลาม บัตรขายเกลี้ยงก่อนคิกออฟ เสื้อบอลราคาเกือบ 500 บาทขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และมีชัยเหนือการท่าเรือไทย เอฟซี 2-0 เก็บ 3 แต้มเต็มใส่กระเป๋า

ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 คลื่นมวลชนเสื้อน้ำเงิน-ฟ้า กลับมาปกคลุมเมืองชลอีกครั้ง เมื่อฝูงชนจากรอบทิศแห่แหนมายังอบจ.ชลบุรี ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องน้ำมันพืช-น้ำตาลขาดตลาด แต่เพื่อชมทีมชลบุรี เอฟซี เตะนัดแรกของการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ 2011 พบกับการท่าเรือไทย เอฟซี ที่ชลบุรี สเตเดี้ยม เวลา 18.00 น. ซึ่งทีมงานบางแสนสุขไม่ยอมพลาดไปร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้แน่ แต่ต้องลุ้นให้สภาพอากาศเป็นใจ เพราะประมาณบ่าย 2 ท้องฟ้ามืดครึ้ม คล้ายฝนทำท่าจะตก ก่อนที่ท้องฟ้าเปิด แสงแดดกลับคืนมาในอีกชั่วโมงถัดมา

ราว 5 โมงเย็น สภาพจราจรบนถนนพระยาสัจจา มุ่งสู่ชลบุรี สเตเดี้ยม ดีเกินคาด รถเคลื่อนตัวได้พอสมควรทั้งฝั่งจากตัวเมืองชล อ่างศิลา และถนนสุขุมวิท แต่ใครมาถึงเวลานี้ ต้องใช้เวลาและความพยายามในการหาที่จอดรถหน่อย เพราะมีรถจับจองไว้แล้วทั้งสองฝั่งถนนก่อนถึงแยกเข้าอบจ.ชลบุรี ถนนสายย่อย และตรอกซอกซอยรอบๆชลบุรี สเตเดี้ยม แต่ก็ไม่ลำบากเกินไป เพียงอาจได้จอดไกลสนามบ้าง ต้องเดินหลายร้อยเมตร หากสโมสรจัดหารถสองแถวตระเวณขับวนรอบๆสนาม รัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร เพื่อรับคนที่จอดรถไว้ จะเยี่ยมยอดมาก แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะบอลเล่นช่วงเย็น อากาศไม่ร้อน แดดไม่แรง (โฆษกสนามบอกว่า มีรถบริการรับส่งระหว่างสนามกับห้างเซ็นทรัลพลาซ่า แต่ปกติ วันหยุด ค่อนข้างหาที่จอดในห้างยากอยู่แล้ว ขับมาจอดแถวสนาม น่าจะง่ายกว่า)

ก่อนบอลเตะ 1 วัน สโมสรแจ้งผ่านเฟซบุ๊คว่า บัตร 150 บาท เหลือประมาณพันใบ บัตร 120 บาท เหลือราว 300 ใบ ส่วนบัตร 60 บาท อัฒจันทร์หลังโกล์ เริ่มจำหน่ายบ่ายโมงของวันแข่ง แต่ประมาณ 5 โมงครึ่ง เจ้าหน้าที่แจ้งว่า บัตรขายหมดเกลี้ยงแล้ว รวมถึงบัตรที่กันไว้สำหรับกองเชียร์ทีมสิงห์เจ้าท่าด้วย ถึงกระนั้น สนามเหย้าทีมฉลามชล(ถูกออกแบบแบบ)มีน้ำใจ พอมีช่องว่างระหว่างอัฒจันทร์ให้คอบอลที่ไม่มีบัตร ยืนเกาะกำแพงดูได้ นอกจากนี้ ด้านนอกสนาม มีการติดตั้งโปรเจคเตอร์ให้นั่งชมการถ่ายทอดสดบนสนามหญ้า (อารมณ์หนังกลางแปลง) ขณะที่บู๊ธของบริษัททรูวิชั่นส์ก็เปิดโทรทัศน์ให้ดูตลอดแมตช์

ใครมาถึงสนามเร็ว ก็สามารถฆ่าเวลา ไปเล่นเกมส์สนุกลุ้นของรางวัลเล็กๆน้อยๆจากบู๊ธของบิ๊กโคล่า สปอนเซอร์ ดีอินวัน และ ทรูวิชั่นส์ หรือแวะเข้าไประบายเงินในกระเป๋าตังค์ในห้องขายของที่ระลึก ซึ่งนอกเหนือสินค้าที่ขายในร้านชลบุรี เอฟซี ซูเปอร์สโตร์ ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า แล้ว สโมสรได้เอาเสื้อบอลชุดใหม่มาขายให้แฟนๆเป็นวันแรก (หน้าห้องเขียนใส่กระดาษว่า "เริ่มขายเสื้อบ่ายสาม ไม่ต้องถาม" ... ดุจัง!) สนนราคา 489 บาท ซึ่งก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า น่าเสียดายมีเสื้อแบบเดียว เป็นเสื้อทีมเหย้า สีน้ำเงิน-ฟ้า อีกสามแบบที่เห็นในวันงานแถลงข่าวยังไม่มา รวมถึงเสื้อทีมเยือน สีขาว ซึ่งแฟนฉลามชลหลายคนบอกว่า สวย (อ้อ! ห้องขายของมีประตู 2 บาน เป็นทางเข้าทางออกชัดเจน มีกระดาษเขียนเตือนว่า ใครออกทางประตูเข้า จะถูกห้ามไม่ให้ดูเกมที่เตะกับเมืองทอง ยูไนเต็ด)

มาดูบอลถึงสนามทั้งที ต้องซื้อนิตยสาร "ชลบุรี แมตช์เดย์" ติดมือเป็นที่ระลึก ราคา 15 บาท ขนาดกระทัดรัด ประมาณ 6 x 8 นิ้ว หนา 28 หน้า สีสี่ทั้งเล่ม เชอรี่-เอกพันธ์ อินทเสน เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบอลถ้วยพระราชทาน ประเภท ก เป็นนายแบบหน้าปกฉบับ 01 ... "ชลบุรี แมตช์เดย์" จีระศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝายประชาสัมพันธ์สโมสร ซึ่งควบตำแหน่งบรรณาธิการบริหารและบรรณาธิการ ภูมิใจเสนอมาก บอกว่า "โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม" หลังจากได้ โจ-พาทิศ ศุภะพงษ์ ครีเอทีฟมือดี มาช่วยปรับลุ๊คขนานใหญ่ และได้ หมู-จิรวัฒน์ ศรีคง ช่างภาพฝีมือดี มาทำหน้าที่กดชัตเตอร์บันทึกภาพแอ๊คชั่นมันส์ๆ

เนื้อหาในเล่มมีข้อเขียน-บทสัมภาษณ์ของ วิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสร, วิทยา เลาหกุล ผู้จัดการทีม, เชอรี่-เอกพันธ์, คาซูโตะ คูชิดะ หรือ "คูชิ" นักเตะใหม่จากญี่ปุ่น รวมถึงคอลัมน์สังคมฉลามชล คอลัมน์ของเทพพิทักษ์ จันทร์สุเทพ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และบทความเกี่ยวกับบอลถ้วยของเอเอฟซี แต่น่าเสียดาย เรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันนัดนี้น้อยมาก มีแค่รายชื่อและข้อมูลของผู้เล่นทีมการท่าเรือไทย ไม่สมกับชื่อหนังสือ "แมตช์เดย์"

ถึงเวลาเข้าไปในสนามกันแล้ว ... ผู้สื่อข่าวถูกจัดให้นั่งชั้น 2 ของอัฒจันทร์ฝั่งประธาน ขนาบข้างด้วยกองเชียร์เจ้าถิ่น การจัดสรรพื้นที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอยู่ระดับมาตรฐาน มีนักข่าวช่างภาพจากสื่อกระแสหลักในเมืองหลวง เดินทางมาทำข่าวกันพอสมควร แสดงให้เห็นถึงชลบุรี เอฟซี อยู่ในความสนใจของสื่อทีเดียว ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์

6 โมงเย็นตรงเป๊ะ นักเตะสองฝ่ายเดินออกจากอุโมงค์ เข้าแถวหันหน้าสู่อัฒจันทร์ฝั่งประธาน เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ผล 90 นาที ชลบุรีชนะการท่าเรือไทย 2-0 ได้สกอร์จาก พิภพ อ่อนโม้ นาทีที่ 3 และ คาซูโตะ คูชิดะ นาทีที่ 73 ทั้งสองประตู ฉลามชลฉวยโอกาสเข้าซ้ำลงดาบความผิดพลาดของ มุนเซ่ อูลริช นายทวารสิงห์เจ้าท่า

รายชื่อผู้เล่นชลบุรีในนัดนี้ : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK) - ชลทิตย์ จันทคาม, สุทธินันท์ พุกหอม, สุรีย์ สุขะ, อนุชา กิจพงษ์ศรี - อาทิตย์ สุนทรพิธ (ดาร์โก ราโคเซวิด), เอกพันธ์ อินทเสน, อดุลย์ หละโสะ (เกรียงไกร พิมพ์รัตน์), คาซูโตะ คูชิดะ, เทิดศักดิ์ ใจมั่น - พิภพ อ่อนโม้ (C) (วลาดิเมียร์ ริบิค)

จากตัวเลขที่แจ้งต่อสื่อมวลชน มีผู้เข้าชม 6,564 คน, ค่าบัตรผ่านประตู 702,020 บาท และค่าจำหน่ายของที่ระลึก 432,530 บาท เป็นอันว่า เกมแรกของ TPL นำเงินเข้าคลังฉลามชล 1.1 ล้านบาทเศษ

ดูจากสายตา อัฒจันทร์ 3 ฝั่ง ฝั่งสระน้ำ (ตรงข้ามฝั่งประธาน), ฝั่งหลังโกล์ทั้งสกอร์บอร์ด (โควต้าเจ้าถิ่น) และคบเพลิง (โควต้าทีมเยือน) มีแฟนบอลนั่งเต็มความจุ จะเหลือที่นั่งว่างๆบ้างบนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน ซึ่งน่าจะเป็นเก้าอี้ที่กันไว้ให้ตั๋วปี เพราะตามข่าว บัตรเข้าชมเฉพาะนัดนี้ขายเกลี้ยงก่อนคิกออฟทั้งราคา 150, 120 และ 60 บาท

เห็นบรรยากาศในสนามด้วยตาตัวเอง ก็อดปลื้มใจภูมิใจแทนผู้เกี่ยวข้องกับสโมสรไม่ได้ ยิ่งกลับมาชมเทปไฮไลท์คู่อื่นทางทีวี แล้วพบภาพของอัฒจันทร์ว่างเปล่า (สะเทือนใจเหมือนกัน) ... ดูๆไป บรรยากาศในชลบุรี สเตเดี้ยม แม้ไม่ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนสโมสรในพรีเมียร์ลีก (อังกฤษ) แต่ก็ให้อารมณ์ร่วมเหมือนสนามของทีมระดับดิวิชั่น 1-2 (อังกฤษ) ที่สนามเค้าก็เล็กๆ อัฒจันทร์ชั้นเดียว ไม่มีหลังคา เกาะกำแพงสนามยืนดูจากข้างนอก แต่มีความเป็นท้องถิ่นสูง เหมือนเครือญาติคนบ้านใกล้เรือนเคียงละแวกเดียวกันมาให้กำลังใจพรรคพวกเพื่อนฝูงคนกันเองแข่งขันกีฬา (สโมสรบิ๊กๆ คนเยอะจริง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอล มันดูห่างๆ)

เรื่องการเชียร์ ออกไปทางไม่มีระบบระเบียบเหมือนบางสโมสรที่เคยเห็น ที่มีลีดเดอร์คอยชี้นำให้ร้องเพลงนั้น ร้องเพลงนี้ ตบมือโน้น ทำท่านี้ ตลอดเกม 90 นาที (ซึ่งแสดงถึงความพร้อมเพรียง แต่อีกมุมหนึ่ง ก็มองคล้ายการเชียร์กีฬาสี เชียร์กีฬาในโรงเรียน มหาวิทยาลัยอยู่เหมือนกัน) กองเชียร์ฉลามชลจะเน้นตีกลอง เป่าแตร ตะโกนเฮ ตะโกนเชียร์ (บางครั้งก็ด่า) สลับร้องเพลงเป็นครั้งคราว อัฒจันทร์ฝั่งสระน้ำทำอย่าง อัฒจันทร์ฝั่งสกอร์บอร์ดทำอีกอย่าง ดูไปก็มั่วๆ แต่ภาพรวมออกมาให้อารมณ์เชียร์แบบฮาร์ดคอร์ ถ้าหลับตา ฟังแต่เสียง เหมือนอยู่ในสนามของทีมพรีเมียร์ลีก (อังกฤษ) ซึ่งบอลอาชีพเมืองนอก จะดูบอลเชียร์บอลกันแบบนี้ ก็อยากให้เหล่าฉลามชลเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบ

ที่มุมสนามระหว่างอัฒจันทร์ทีมเยือนกับฝั่งสระน้ำจะมีจอแอลซีดีขนาดยักษ์ ฉายสัญญาญภาพถ่ายทอดสดจากทรูวิชั่นส์มาให้แฟนบอลในสนามดูด้วย แต่พอสถานีรีเพลย์เทป ในสนามจะตัดเข้าคลิปประชาสัมพันธ์ของไทยพรีเมียร์ลีก เพื่อไม่ไปตอกย้ำอารมณ์ผู้ชมเวลามีการเล่นแรงๆ หรือการตัดสินของกรรมการมีปัญหา ส่วนป้ายโฆษณาบนสนาม ด้านอัฒจันทร์สระน้ำ ก็ไฮเทค เป็นป้ายจอที่เปลี่ยนโฆษณาไปได้เรื่อยๆ ไม่ใช่กระดานไม้แบบหลังโกล์

จากวิวที่มองออกไปจากโซนสื่อมวลชน อัฒจันทร์ด้านสกอร์บอร์ดนั้นสวยงามทีเดียว ฉากหลังเป็นทิวเขายาวเหยียด พร้อมท้องฟ้าสีสดใสเป็นแบ็คกราวน์ ยิ่งถ้าสมมุติพระอาทิตย์ตกทางนั้นด้วย จะยิ่งงดงามโรแมนติกขึ้นไปอีก แต่ความจริงเป็นทิศตะวันออก หากอยากได้วิวสวยๆแบบนั้น คงต้องเลื่อนเกมมาเตะสัก 6-7 โมงเช้า

ช่วงพักครึ่ง ออกไปเดินสังเกตุการณ์รอบสนาม เห็นภาพเหมือนครอบครัวมาปิคนิค ซื้ออาหารเครื่องดื่มมานั่งกินบนสนามหญ้า พูดคุยวิเคราะห์ถึงเกม 45 นาทีแรก บ้างก็เล่นเกมส์ที่บู๊ธสปอนเซอร์ บ้างก็เลือกซื้อของที่ระลึก ก่อนกลับไปชมเกม 45 นาทีหลังต่อ ซึ่งตรงนี้ต้องขอชมเจ้าหน้าที่ ณ ทางเข้าจุดต่างๆรอบสนาม ที่ตรวจตราข้าวของที่แฟนบอลนำติดตัวเข้าไปอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะขวดน้ำและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งต้องห้ามแบบเด็ดขาด ไร้อุทธรณ์

เสียงนกหวีดดังขึ้น ครึ่งหลังเริ่มแล้ว แต่ยังไม่เข้าสนาม เปลี่ยนบรรยากาศไปยืนเขย่งเกาะขอบกำแพงสนามดูบอล แป๊บเดียวก็เมื่อย สังขารไม่อำนวยแล้ว เลยไปนั่งพักขา เชียร์บอลกลางแปลง ก่อนย้ายร่างไปดูบอลตู้ที่บู๊ธทรูวิชั่นส์ เป็นจังหวะที่ "คูชิ" เพลย์เมคเกอร์นำเข้าจากเมืองปลาดิบ เข้าซ้ำบอลที่กระดอนจากคานเข้าไปเป็นสกอร์ 2-0 สาวกฉลามชลนอกสนาม เฮลั่นพร้อมกับแฟนบอลในสนาม

นัดนี้นอกจาก "คูชิ" (เกือบเผลอเขียนเป็น "ซูชิ" ทุกที) แล้ว โค้ชเฮงยังได้ส่ง 2 นักเตะใหม่จากเซอร์เบีย ดาร์โก ราโคเซวิด และ วลาดิเมียร์ ริบิค ลงมาเป็นตัวสำรอง ให้แฟนๆได้ยลฝีเท้าด้วย สำหรับริบิคนั้น เป็นศูนย์หน้าร่างใหญ่ แต่สปีดดีทีเดียว บวกกับลูกกลางอากาศ จึงช่วยเติมอาวุธให้กับแผงหน้าฉลามชลได้ ขณะที่คูชินั้น โค้ชเฮงชมเปาะหลังแมตช์ว่า คุมเกมแดนกลางได้เป็นอย่างดี และยังสามารถทำประตูให้กับทีมอีกด้วย

เกมจบ เหล่าฉลามชลทะยอยเดินออกจากสนามด้วยรอยยิ้ม ... วันเสาร์หน้า (26 ก.พ.) 18:00 น. ชลบุรี เอฟซี มีคิวไปเยือนทีมโอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ที่สนามอบจ.สระบุรี ก่อนโปรแกรมนัดที่ 3 จะกลับมาที่ชลบุรี สเตเดี้ยม อีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม เวลา 18.00 น. ฉลามชลพบทีม ทีโอที เอสซี ซึ่งนัดนี้ ถ่ายทอดสดทางช่อง 11 เอ็นบีที ซึ่งรับชมทั่วถึงกว่าทรูวิชั่นส์

 

เอ็กซ์ อะเวย์ ... รายงาน




บางแสนสุขวาไรตี้

เที่ยวบางแสนสไตล์นักวาดภาพสีน้ำ อ.สมเจตน์ แก้ววงษ์
ดื่มด่ำเพลงเพื่อชีวิต "หงา x ปู" ที่ร้านภูแอทเลิฟ
28ก.ค.60 ปิดตำนาน(บางส่วน)ตลาดนินจา
"ท็อดมวยไทย บางแสน" เด็กเรียนได้..ผู้หญิงเรียนดี
Phu@Love พาย้อนอดีตแสนสุขกับ "ชาตรี-ฟรีเบิร์ด"
จะได้ดูอะไรในเทศกาลดนตรี "ลองดู ครั้งที่ 2"
การกลับมาอีกครั้งของเทศกาลดนตรี "ลองดู"
ช้างจัดคอนเสิร์ตใหญ่ยักษ์ 4 ศิลปินดังที่ชลบุรี
"แอ๊ด คาราบาว" ฉีกคอนเสิร์ตคุ้นเคย 7เม.ย.56
สาวม.กรุงเทพ คว้ามงกุฎ "มิสมอเตอร์โชว์ ปี 56"
“มอเตอร์โชว์” ยึดคอนเซ็ปต์ “แฟชั่นแห่งโลกยนตรกรรม”
Eco Car & First Car Show เอาใจคนหารถส่งท้ายปี
HereiLike.com สรรหาไลฟ์สไตล์วัยรุ่นนำเทรนด์
"Thailand Dog Show" รวมคนรักหมาครั้งใหญ่
"ไทย-ปินส์" จัดคอนเสิร์ตช่วยเหยื่อพายุเซนดอง



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

กองบรรณาธิการ บางแสนสุข ดอท คอม
อีเมล : editor@bangsaensook.com
เว็บไซต์ : www.bangsaensook.com
แฟนเพจ : www.facebook.com/bangsaensookpage